บลจ.กสิกรไทย เปิดตัว “Life Path Solution” นวัตกรรมจัดพอร์ตกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอัตโนมัติตามช่วงอายุ ชูลงทุนหุ้นทั่วโลกสูงสุด 85% ในวัยทำงาน ก่อนทยอยลดความเสี่ยงเมื่อใกล้เกษียณ ผ่านกองทุน K-WPULTIMATE พร้อมตั้งเป้าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) แตะ 3 แสนล้านบาทภายในปีนี้ จากปัจจุบัน 2.7 แสนล้านบาท นายวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า เสนอบริการการลงทุนเพื่อการเกษียณ ด้วยการเสนอบริการใหม่ “Life Path Solution” สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายแรกๆ ในตลาดทุนไทย เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโครงสร้างประชากรที่มีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ขณะที่ระดับเงินออมของคนไทยยังไม่เพียงพอต่อการรองรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ รวมถึงภาระด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ลดลง โดย Life Path Solution ถูกออกแบบบนแนวคิดการวางแผนการเงินแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้น “การจัดการสิ่งที่ควบคุมได้” อย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอายุขัย การกำหนดระดับรายได้และระยะเวลาการทำงาน การดูแลสุขภาพ ตลอดจนการกำหนดสัดส่วนการลงทุนและการออมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมรับมือกับ “ความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้” ในระยะยาว เช่น อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ความผันผวนของผลตอบแทนในตลาด การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี ภาวะเงินเฟ้อ หรือการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการ ซึ่งสมาชิกเลือกแผนการลงทุนเพียงครั้งเดียว จากนั้นระบบจะปรับสัดส่วนสินทรัพย์โดยอัตโนมัติตามช่วงอายุ โดยในช่วงอายุ 25 - 45 ปี พอร์ตจะเน้นหุ้นทั่วโลกในสัดส่วนสูงถึง 85% เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน จากนั้นจะทยอยลดสัดส่วนลงตามลำดับเมื่ออายุมากขึ้น อาทิ ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเหลือประมาณ 61% ในช่วงอายุ 50 ปี และลดลงต่อเนื่องจนอยู่ในระดับเหมาะสมก่อนเกษียณ เป็นต้น สะท้อนถึงการบริหารพอร์ตแบบเชิงรุกในช่วงต้น และปรับสู่โหมดระมัดระวังมากขึ้นในช่วงปลาย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญและสอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารพอร์ตเพื่อการเกษียณในระดับสากล สำหรับหัวใจสำคัญของ Life Path Solution คือการลงทุนผ่านกองทุนผสมในกลุ่ม K-WealthPLUS Series โดยเฉพาะกองทุน K-WPULTIMATE ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่มีบทบาทในการสร้างการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว กองทุนดังกล่าวมีจุดเด่นด้านการบริหารแบบ Dynamic Asset Allocation เน้นการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดใดตลาดหนึ่ง ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนระหว่างหุ้นทั่วโลก ตราสารหนี้ต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือกได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดและวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยล่าสุดกองทุน K-WPULTIMATE สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ประมาณ 9% แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนศักยภาพในการบริหารพอร์ตเชิงรุกและการกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Life Path Solution ยังได้รับการเสริมความมั่นคงผ่านการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกันชนลดความผันผวนและรักษาเสถียรภาพของผลตอบแทนโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทุนมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งนี้บริการ Life Path Solution ยังช่วยขจัดข้อจำกัดสำคัญของผู้ลงทุนรายบุคคล ทั้งในแง่การตัดสินใจที่ผิดจังหวะและการขาดวินัยในการลงทุนระยะยาว เนื่องจากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่จำเป็นต้องติดตามหรือปรับพอร์ตด้วยตนเอง โดยในช่วงที่ผ่านมา บลจ.กสิกรไทย ได้นำเสนอบริการดังกล่าวให้กับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้วบางส่วน ซึ่งได้รับความสนใจและมีแนวโน้มการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการจากการเข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น 54% จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้น 30% และจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้น 14%
ตั้งป้า AUM กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แตะ 3 แสนลบ. ชู Life Path และ Multi-Asset รับมั่งคั่งวัยเกษียณ โดยบลจ.กสิกรไทย เปิดเผยแผนการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) โดยมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์การเกษียณอายุ ผ่านนวัตกรรมการจัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยงทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าขยายฐานสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) สู่ระดับ 3 แสนล้านบาทภายในปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.7 แสนล้านบาท กลยุทธ์ผ่านการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการนำเสนอแผนการลงทุนใหม่ๆ ให้กับนายจ้างรายใหม่ที่ต้องการยกระดับสวัสดิการการลงทุนให้แก่พนักงาน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการผลักดันแผนการลงทุนแบบ Life Path (แผนสมดุลตามอายุ) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมของสมาชิกที่มักจะเลือกแผนการลงทุนเพียงครั้งเดียวและไม่มีการปรับพอร์ตตลอดอายุการทำงาน โดยแผน Life Path ตั้งเป้าเห็น AUM ประมาณหลักพันล้านบาทภายในปีนี้ โดยแผน Life Path นี้จะใช้เครื่องมือการลงทุนผ่านโปรแกรม Multi-Asset Portfolio (โดยเฉพาะซีรีส์ K-Wealth Plus) ที่เน้นการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก และมีกลไกปรับสัดส่วนการลงทุนอัตโนมัติให้สอดคล้องกับช่วงอายุของสมาชิก เพื่อเป้าหมายการมีเงินใช้หลังเกษียณที่เพียงพอ |